Midjourney คือ AI สร้างภาพจากข้อความ
(text-to-image) ที่เพียงแค่เราพิมพ์คำบรรยายภาพ
ที่อยากได้ลงไป ระบบก็สามารถประมวลผล
และเจนภาพออกมาให้เราได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที
เรียกได้ว่าไวเหมือนติดจรวดเลยล่ะ!
ซึ่งจุดที่ทำให้ Midjourney มีความโดดเด่นและแตกต่าง
จาก AI ตัวอื่นในท้องตลาดอย่างชัดเจน คือ เรื่องคุณภาพ
ของงานด้านอารมณ์ สไตล์งานศิลป์ แสงสี
และองค์ประกอบภาพที่ดูงามประณีต
เหมือนผ่านการกำกับโดย Art Director มืออาชีพ
มากกว่าจะเป็นเพียงภาพถ่ายตรง ๆ
ในบทความนี้ ทีมงาน Yes Web Design Studio
ได้สรุปสิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจสมัครใช้งาน
ตั้งแต่วิธีเริ่มใช้งานผ่านหน้าเว็บโดยไม่ต้องง้อ Discord,
รายละเอียดราคาแพ็กเกจปัจจุบัน,
วิธีเขียน Prompt คุมงานให้ได้ตามสั่ง,
ไปจนถึงข้อจำกัดสำคัญที่ควรรู้
แล้ว Midjourney คือ อะไร?
Midjourney คือ โปรแกรมประมวลผล Generative AI
ที่รับคำสั่งในรูปแบบข้อความ (Text Prompt)
แล้วเปลี่ยนให้กลายเป็นภาพกราฟิกที่มีความละเอียดสูง
โดยทำงานผ่านระบบ Deep Learning ที่เรียนรู้
และจดจำรูปแบบองค์ประกอบศิลป์ แสง สี
และสไตล์จากคลังข้อมูลภาพมหาศาล
ในปี 2026 นี้ Midjourney ได้พัฒนารูปแบบการประมวลผล
มาถึงโมเดลเวอร์ชัน V8.2 ซึ่งเน้นความแม่นยำด้าน aesthetics, ความละเอียดระดับสูง และระบบ Personalization
ที่สามารถจดจำสไตล์โปรดของผู้ใช้ได้
นอกจากนี้ยังรองรับฟีเจอร์ Video Generation ที่สามารถสร้างวิดีโอสั้นจากภาพนิ่งได้ความยาวสูงสุด 21 วินาที
รวมถึงฟังก์ชัน Omni Reference (--oref)
ที่เข้ามาช่วยควบคุมคาแร็กเตอร์ของตัวละคร
หรือวัตถุให้อยู่ในสไตล์เดิมได้อย่างแม่นยำ
Midjourney มีแพ็กเกจฟรีไหม?
เรื่องที่หลายคนมักเข้าใจผิด คือ “Midjourney มีโหมดทดลองใช้ฟรี” ซึ่งในความเป็นจริงปัจจุบัน Midjourney ไม่มีโหมดทดลองใช้งานฟรี (Free Trial) แล้ว คุณจำเป็นต้องสมัครแพ็กเกจชำระเงินก่อนจึงจะเริ่มใช้งานได้ โดยมีโครงสร้างราคา
และเงื่อนไขการใช้งานดังนี้:
- Basic Plan: ราคา $10/เดือน
(หรือ $8/เดือน เมื่อจ่ายรายปี)
ได้โควตา Fast GPU ประมาณ 3.3 ชั่วโมง (~200 นาที) ไม่มีโหมด Relax ไม่รองรับ Stealth Mode
และประมวลผลพร้อมกันได้ 3 งาน
เหมาะสำหรับคนเพิ่งเริ่มต้นทดลองใช้งานเบา ๆ
- Standard Plan: ราคา $30/เดือน
(หรือ $24/เดือน เมื่อจ่ายรายปี)
ได้โควตา Fast GPU 15 ชั่วโมง
มีโหมด Relax Mode ให้เจนภาพได้ไม่จำกัดจำนวนฟรี (แต่ยังไม่มี Stealth Mode) เหมาะสำหรับกราฟิก
หรือครีเอเตอร์ที่ต้องสร้างภาพเป็นประจำ - Pro Plan: ราคา $60/เดือน
(หรือ $48/เดือน เมื่อจ่ายรายปี) ได้ Fast GPU 30 ชั่วโมง
เจนภาพและวิดีโอ SD ในโหมด Relax ได้ไม่จำกัด
มี Stealth Mode ให้ใช้ และประมวลผล
พร้อมกันได้สูงสุดถึง 12 งาน เหมาะสำหรับสายเอเจนซี
และคนรับงานฟรีแลนซ์
- Mega Plan: ราคา $120/เดือน
(หรือ $96/เดือน เมื่อจ่ายรายปี) ได้ Fast GPU
สูงถึง 60 ชั่วโมง ปริมาณการใช้งาน
และฟังก์ชันเหมือน Pro Plan ทุกอย่าง
เหมาะสำหรับสตูดิโอขนาดใหญ่ที่ต้องประมวลผลภาพปริมาณมหาศาลนั่นเอง
ข้อควรระวังสำคัญ: หากคุณต้องรับงานลูกค้าที่มีสัญญาไม่เปิดเผยข้อมูล (NDA) จำเป็นต้องเลือกสมัครแพ็กเกจ Pro
หรือ Mega เท่านั้น เพื่อเปิดใช้งาน Stealth mode
(โหมดซ่อนภาพเป็นส่วนตัว) เพราะในแพ็กเกจ Basic
และ Standard ภาพทุกภาพที่คุณสร้าง
จะปรากฏบนคลังสาธารณะของ Midjourney
ให้คนอื่นเห็นได้ทั้งหมด
แต่ละเวอร์ชันของ Midjourney เหมาะกับใคร?
การเลือกโมเดล (Model Version) ของ Midjourney
ที่เหมาะสมเป็นหัวใจสำคัญในการได้ภาพ
ที่ตรงตามความต้องการของงาน ซึ่งในปี 2026
ระบบมีหลายเวอร์ชันที่เปิดให้ใช้งาน และแต่ละเวอร์ชัน
ของ Midjourney คือ การพัฒนาที่เน้นจุดเด่นต่างกัน
Midjourney เวอร์ชันล่าสุด: V8.2 (โมเดลค่าเริ่มต้น)
นี่คือโมเดลที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ
เอเจนซีโฆษณา และ นักออกแบบเว็บไซต์
-
เหมาะกับใคร: ทีมงานที่ต้องการภาพโฆษณา
ที่มีความยูนีคสูง (unique aesthetics),
ภาพประกอบแบนเนอร์เว็บไซต์ที่ต้องการความคมชัด
ระดับ 8K, และกราฟิกที่ต้องแสดงอารมณ์
และโทนแสงที่ซับซ้อน
Midjourney เวอร์ชันคลาสสิก: V6.1 และ V5.2
แม้จะเก่ากว่าแต่ยังคงเป็นที่นิยม เหมาะสำหรับ
นักสร้างคอนเทนต์ และ สาย Photorealism
-
เหมาะกับใคร: ครีเอเตอร์ที่ต้องการความเสถียรในการเจนภาพถ่าย (Photorealistic) แบบดั้งเดิม,
งานที่ต้องการการตีความ Prompt ที่ตรงไปตรงมา,
และการสร้าง Content ที่เน้นความสวยงาม
ตามรูปแบบมาตรฐาน โดยไม่ต้องปรับแต่ง Personalization มากนัก
Midjourney สายอนิเมะ: Niji 6
นี่คือเวอร์ชันที่ถูกเทรนมาเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับ นักวาดภาพประกอบ (Illustrator) และแฟนอนิเมะ
-
เหมาะกับใคร: ผู้ที่ต้องการสร้างภาพสไตล์ญี่ปุ่น,
การ์ตูนอนิเมะ, ภาพประกอบมังงะ, Character Sheet,
และงานศิลปะสไตล์ 2D ที่เน้นเส้นสาย
และโทนสีเฉพาะตัว
เริ่มใช้งาน Midjourney ง่าย ๆ ใน 3 ขั้นตอน
ในอดีตเราอาจจะต้องวุ่นวายกับการเข้า Discord
และพิมพ์คำสั่งในห้องรวม แต่ในปัจจุบันเราสามารถ
ใช้งาน Midjourney ผ่านหน้าเว็บไซต์ midjourney.com
ได้โดยตรงใน 3 ขั้นตอนง่ายๆ:
ขั้นตอนที่ 1: สมัครแพ็กเกจ
เข้าไปที่หน้าเว็บ midjourney.com/account
ล็อกอินด้วยบัญชี Google หรือ Discord แล้วกดเลือกแพ็กเกจชำระเงินที่ต้องการ
ขั้นตอนที่ 2: พิมพ์คำสั่งบนเว็บ
เมื่อเข้าสู่หน้า Create ให้พิมพ์คำบรรยายภาพ
ลงในช่องป้อนคำสั่ง (Prompt Box) ด้านบนของเว็บ
แล้วกด Enter รอประมาณ 30–60 วินาที ระบบจะเจนภาพ
ออกมาให้เลือกรวดเดียว 4 แบบ
ขั้นตอนที่ 3: ปรับแต่ง
และนำไปใช้งานต่อ
เลือกภาพที่ถูกใจเพื่อกดสั่ง Upscale (ขยายความละเอียด), Vary (สร้างภาพใกล้เคียงเพิ่ม) หรือเปิดหน้า Editor
บนเว็บเพื่อแก้ไขภาพเฉพาะจุด
เช่น การรีทัชลบวัตถุออก หรือขยายขอบภาพ (Outpainting)
จบได้ในหน้าเดียว
*คำแนะนำเพิ่มเติม: หากใครถนัดใช้ผ่าน Discord อยู่แล้ว ก็ยังคงใช้คำสั่ง /imagine ได้เหมือนเดิม แต่การทำบนเว็บจะสะดวกกว่ามาก
ทั้งการจัดหมวดหมู่โฟลเดอร์งาน การอ้างอิงรูปภาพ และการปรับค่าแต่งสเกลภาพ
How To: วิธีเขียน Prompt ให้ได้ภาพตามที่ต้องการ
การควบคุม Midjourney ให้ประมวลผลออกมา
ได้ตรงตามใจคิดประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ๆ
คือ โครงสร้างคำบรรยาย และคำสั่งพารามิเตอร์เสริม:
- การวางโครงสร้าง Prompt ที่ดี ควรเรียงลำดับความคิดจาก ประธาน > บริบทแวดล้อม > สไตล์งานศิลป์ > แสง และอารมณ์ภาพ
ตัวอย่าง: A futuristic electric supercar (ประธาน) driving through a neon-lit Bangkok street at night (บริบท), cinematic photography, ultra-realistic
(สไตล์ศิลป์), dramatic volumetric lighting
(แสง และอารมณ์) - พารามิเตอร์เสริม (Parameters) ที่ใช้อยู่บ่อยๆ คำสั่งเสริมจะพิมพ์ต่อท้าย Prompt เสมอ
โดยขึ้นต้นด้วย — เช่น: –ar [ ratio ] : ใช้กำหนดสัดส่วนภาพ เช่น –ar 16:9 สำหรับงานแนวนอนกว้าง
หรือ –ar 9:16 สำหรับทำ Story/Reels–stylize [ 0-1000 ] : ใช้ปรับระดับความเป็นศิลปะ
ยิ่งค่าน้อยภาพยิ่งตรงตาม Prompt
ยิ่งค่ามากภาพยิ่งดูเป็นงานศิลป์พริ้วไหวมากขึ้น–no [ ข้อความ ] : ใช้ตัดสิ่งที่ไม่ต้องการให้อยู่ในภาพ
เช่น –no people, text–oref [ URL ภาพ ] : ฟังก์ชัน Omni Reference
สำหรับดึงลักษณะคาแร็กเตอร์
หรือวัตถุจากภาพต้นแบบมาใช้ในงานใหม่
*คำแนะนำเพิ่มเติม: ศึกษาเทคนิคเพิ่มเติม
เกี่ยวกับการสั่งการ AI
ได้ที่บทความ Prompt Engineering คืออะไร และรวมคำศัพท์เทคนิคที่ AI Terminology
ข้อดี และข้อจำกัดที่ควรรู้
ก่อนนำไปใช้กับงานจริง
แม้ว่า Midjourney จะขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพงานที่งดงาม
แต่ก่อนนำไปประยุกต์ใช้กับงานลูกค้า หรือทำธุรกิจ
มีข้อดี และข้อจำกัดที่ควรพิจารณา
ดังนี้:
ข้อดีที่โดดเด่น:
- มอบงานสไตล์ Aesthetics และแสงสีที่สวยงาม สะดุดตา สมจริงเหนือกว่า AI ตัวอื่นอย่างเห็นได้ชัด
- รองรับงานได้หลากหลายแนว ตั้งแต่ภาพถ่ายบุคคล (Photorealism), 3D Render
ไปจนถึงงานวาดภาพประกอบเวกเตอร์ - มีฟังก์ชันตกแต่งแก้ไขภาพบนหน้าเว็บที่ครบครัน และรองรับการเจนวิดีโอสั้นได้จบในระบบเดียว
ข้อจำกัดที่ต้องระวัง:
- การสร้างตัวอักษรภาษาไทยในภาพยังทำได้ไม่สมบูรณ์
ตัวหนังสือมักจะเพี้ยนหรือกลายเป็นเส้นขด - แพ็กเกจเริ่มต้นไม่สามารถซ่อนภาพเป็นส่วนตัวได้
เสี่ยงต่องานลูกค้าหลุดไปสู่สาธารณะ - แม้จะมีฟังก์ชัน Omni Reference ช่วยคุมคาแร็กเตอร์
ตัวละคร แต่การสร้างตัวละครเดิม
ในหลาย ๆ แอ็กชันให้เป๊ะ 100% ยังต้องอาศัย
การเจนภาพซ้ำหลายรอบพอสมควร
เปรียบเทียบ Midjourney
vs DALL-E
vs Stable Diffusion
หากคุณกำลังพิจารณาว่าควรเลือกซื้อ AI ตัวไหนดี
เราขอมาสรุปข้อเปรียบเทียบของโปรแกรม
ทั้ง 3 ตัวให้ดูกัน
- Midjourney (สายอาร์ตสวย จบงานไว): เหมาะที่สุดสำหรับงานที่ต้องการเน้นอารมณ์ และองค์ประกอบศิลป์เป๊ะ เช่น ภาพ Storyboard, Mood & Tone, ภาพประกอบบทความ และ Background โฆษณา
จุดเด่น คือ ภาพสวยสะดุดตาตั้งแต่ Prompt แรก ๆ
แต่ปรับแต่งรายละเอียดเชิงลึกได้น้อยกว่า
- DALL-E 3 (สายแม่นยำ ฟังคำสั่งเก่ง): เหมาะกับงาน
ที่ต้องการความถูกต้องตาม Prompt ซับซ้อน
หรือเน้นงานที่มีตัวหนังสือภาษาอังกฤษ
ประกอบบนภาพ
จุดเด่น คือ ทำงานร่วมกับ ChatGPT ได้อย่างลื่นไหล
แต่ภาพสไตล์ศิลป์อาจยังดูเป็นรอง Midjourney
พอสมควร
[อ่านต่อได้ที่ DALL-E คืออะไร]
- Stable Diffusion (สายโอเพ่นซอร์ส คุมงานลึก):
เหมาะกับสาย Production ขนาดใหญ่ที่ต้องการ
Custom ตัวละครให้เหมือนเดิมแบบ Pixel-to-Pixel
จุดเด่น คือ ใช้งานได้ฟรีหากรันบนคอมพิวเตอร์ตัวเอง
แต่ต้องใช้คอมสเปกสูง และใช้เวลาเรียนรู้นานกว่าตัวอื่น
*คำแนะนำเพิ่มเติม: คุณสามารถอ่านบทความเครื่องมือสร้างสื่ออื่น ๆ
เพิ่มเติมได้จาก Adobe Firefly คืออะไร
และ AI สร้างวิดีโออย่าง Sora AI คืออะไร
ก้าวสู่โลกแห่งจินตนาการอย่างไร้ขีดจำกัดด้วย Midjourney
เรียกได้ว่า Midjourney คือ เครื่องมือ AI ที่ช่วยเปิดโลก
แห่งความคิดสร้างสรรค์ให้กว้างขึ้น แบบไร้ขีดจำกัด
และถ้าหากโจทย์หลักของคุณ คือ การสร้างสรรค์ภาพถ่าย
ภาพอาร์ต หรือภาพแนว Mood & Tone ที่ต้องการ
ความงดงามระดับมืออาชีพ
แต่สิ่งสำคัญที่ต้องชั่งใจ คือ ระบบไม่มีเวอร์ชันฟรี
และหากต้องรับงานที่มีข้อตกลงความลับ (NDA)
ก็จำเป็นต้องเขยิบไปใช้แพ็กเกจ Pro ขึ้นไป
เพื่อใช้งาน Stealth Mode
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้น แนะนำให้ลองสมัครแพ็กเกจ Basic
ในเดือนแรกก่อน เพื่อดูว่ากระบวนการทำงาน
ตอบโจทย์สไตล์งานของคุณจริงไหม ฝึกเขียน Prompt
ให้แม่นยำแล้วจึงค่อยพิจารณาขยับไปแพ็กเกจ Standard
เพื่อรับสิทธิ์เจนภาพในโหมด Relax ได้แบบไม่จำกัด
และจำไว้เสมอว่า Midjourney เป็นเพียง “เครื่องมือช่วยคิด
และช่วยร่างภาพ” ภาพที่ประมวลผลออกมาอาจดูงดงาม
แต่ยังคงต้องใช้นักออกแบบมืออาชีพในการตัดสินใจ
ว่างานชิ้นนั้นตอบโจทย์ภาพลักษณ์แบรนด์จริงแล้วหรือยัง
ยกระดับการตลาดดิจิทัล และงานดีไซน์เว็บไซต์ของคุณ
ด้วย AI
ติดต่อทีมงานมืออาชีพจาก Yes Web Design Studio ได้ที่นี่
เพื่อรับคำปรึกษาการออกแบบ Custom Web Design
และกลยุทธ์การตลาดที่ตอบโจทย์ธุรกิจคุณโดยเฉพาะ





