เมื่อพูดถึง Web template แล้ว คงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาในการรอ custom website นั่นอาจจะเป็นข้อดีอย่างหนึ่ง หรือในกรณีที่คุณไม่มีเวลามากพอ ทำให้ Web template ตอบโจทย์คุณในตอนนั้น แต่ในวันนี้สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะทำเว็บไซต์หรือเปลี่ยนดีไซน์เว็บใหม่ต้องลองอ่านบทความนี้ เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า Web template มี template ให้คุณเลือกมากมายหลากหลายแบบ
และผู้ให้บริการในการสร้างเว็บไซต์มีมากมายหลากหลายเจ้า ไม่ว่าจะเป็น WordPress, Wix, Shopify, และเจ้าอื่นๆ ในทุกๆเจ้าก็จะมีดีไซน์เทมเพลตหน้าเว็บที่แตกต่างกันออกไปให้ดาวน์โหลด แต่อย่าลืมว่าเมื่อไหร่ที่คุณเลือกใช้เทมเพลตเหล่านั้น แน่นอนโอกาสที่ Layout หรือ ดีไซน์หน้าเว็บไซต์ของคุณจะมีโอกาสที่จะซ้ำกับธุรกิจอื่นเช่นกัน เพราะเทมเพลตเหล่านั้นส่วนใหญ่จะเปิดให้ใช้ฟรีและไม่สามารถดัดแปลง Layout ต่างๆได้ ฉะนั้นแล้วถ้าคุณต้องการความ unique ให้เว็บไซต์ การเลือกใช้ web template อาจไม่ใช่ตัวเลือกของคุณอีกต่อไปจริงหรือเปล่า
หัวข้อที่จะพูดถึงในบทความนี้ประกอบด้วย
- ทำความรู้จักกับ Modular Design
- Modular Design Vs. Web Template
- ตัวอย่างของเว็บไซต์ที่มีการออกแบบสไตล์ Modular
- สรุป
ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเลยครับ
ทำความรู้จักกับ Modular Design
จริง ๆ แล้วแนวคิดการออกแบบ Modular Design มีแนวคิดมาจาก Frank Ariss ซึ่งเป็นผู้ที่คิดค้นการออกแบบการจัดวางเนื้อหาบนหน้าหนังสือพิมพ์ที่เป็นที่โด่งดังและถูกนำไปใช้ในหลายๆประเทศ เมื่อ ค.ศ. 1970 ที่ประเทศบราซิล
ถ้าคุณคุ้นเคยกับ WordPress มาก่อนนั่นหมายความว่าคุณก็ต้องรู้จัก template อย่างแน่นอน เพราะใน WordPress นั้นมี template ให้คุณเลือกใช้อย่างหลากหลาย ซึ่งโดยปกติแล้วเทมเพลตจะมีลักษณะการทำงานหรือรูปแบบที่ดูค่อนข้างแข็ง และไม่สามารถแก้ไขโมดูล
Modular Design ไม่ได้เป็นการดีไซน์จากเทมเพลต เพราะ Modular Design จะมีความแตกต่างจากเทมเพลต คือเป็นเทคนิคของการออกแบบอย่างหนึ่งที่ให้คุณสร้างรูปแบบการออกแบบเป็นบล็อกๆ โดยการออกแบบตามเส้น grid แต่ละดีไซน์จะพอดีกับช่องสี่เหลี่ยม ซึ่งถ้าเราเปลี่ยนรูปแบบการดีไซน์จากเทมเพลตธรรมดาๆไปเป็นโมดูล มันจะดูเหมือนกับจิ๊กซอที่นำมาประกอบกัน ดูเป็นสัดส่วนอย่างลงตัว
Modular Design Vs. Web Template
ถ้าต้องเปรียบเทียบระหว่าง Modular Design กับ Template แล้วก็คงพูดได้ว่าทั้งสองก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียเหมือนๆกัน แต่สิ่งที่ผมอยากให้คุณมองคือ ความต้องการของคุณมากกว่า
หมายความว่าอย่างไร? หมายความว่า ถ้าคุณต้องการเว็บไซต์ในเวลาอันสั้น เทมเพลตถือเป็นตัวเลือกสำหรับคุณ แต่ถ้าคุณต้องการเว็บไซต์ที่มีความแตกต่างจากคนอื่น การดีไซน์แบบ Modular Design จะเหมาะกับคุณมากกว่า ดังนั้นแล้วในข้อนี้ เราแค่ต้องการที่จะเปรียบเทียบให้คุณเห็นถึงจุดเด่นและจุดอ่อนของทั้งสองแบบให้คุณได้ลองตัดสินใจเลือกใช้จะดีกว่า
Modular Design
จุดแข็ง
มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน ในการดีไซน์แบบ Modular Design นั้นมันจะง่ายต่อการแก้ไขมาก คุณสามารถเข้าไปจัดการโมดูลส่วนต่างๆได้ ปรับ ขยับ เปลี่ยน ได้ตามความต้องการ ซึ่งจะไม่เหมือนกับเทมเพลต ที่คุณไม่สามารถแก้ไขโมดูลได้เลย เป็นมาเช่นไรก็คงเป็นเช่นนั้น จะเปลี่ยนได้แค่คอนเทนต์ ส่วนการปรับโมดูลต่างๆนั้น ทำไม่ได้อย่างแน่นอน
ประหยัดเวลาและต้นทุน เพราะในการออกแบบแบบ Modular Design มันจะช่วยลดไทม์ไลน์ในการออกแบบลง และยังช่วยประหยัดเวลาได้มากขึ้น ด้วยโมดูลที่ถูกสร้างไว้แล้วมันก็สามารถนำไปใช้กับโปรเจคในอนาคตได้ด้วย “Mix & match” ทำให้ลดเวลาและต้นทุนในการออกแบบลงอีก
สามารถแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว คุณลองจินตนาการดูว่าหากเว็บไซต์มีการเปลี่ยนแปลงดีไซน์เกิดขึ้นอาจจะไม่ใช่ 1-2 ปีข้างหน้า แต่เป็นอีกไม่นานนี้ ด้วย Modular Design เป็นสไตล์การออกแบบที่ถูกออกแบบให้ง่ายต่อการจัดการและแก้ไขที่อาจเกิดขึ้นได้
จุดอ่อน
ความเร็วลดลง โมดูลที่มากเกินไปอาจจะเป็นสาเหตุทำให้เว็บไซต์โหลดช้าขึ้น
แก้ไขยาก การแยกโมดูลที่มากเกินไปหรือไม่ดีอาจทำให้เสียเวลาแก้ไข code หรืออ่าน code บางตัวไม่ออกนั่นเอง
Web Template
จุดแข็ง
ประหยัดเวลา หากคุณไม่มีเวลามากพอที่จะดีไซน์เว็บไซต์ขึ้นมาใหม่ การเลือกใช้เทมเพลตจะช่วยให้คุณมีเวลาทำอย่างอื่นมากขึ้น
มีให้เลือกมากมาย แน่นอนว่าหากเลือกใช้เทมเพลตคุณจะสามารถเลือกใช้เทมเพลตได้หลากหลาย ซึ่งส่วนใหญ่จะฟรี
จุดอ่อน
แก้ไขไม่ได้ เนื่องจากเทมเพลตถูกสร้างขึ้นโดยโปรแกรมเมอร์ เราไม่สามารถที่จะแก้ไขโครงสร้างหรือโมดุลต่างๆของหน้าเว็บไซต์ ได้เหมือนกับ Modular design
ไม่มีความเป็นเอกลักษณ์ เทมเพลตฟรีเหล่านี้ คุณคิดเหรอว่าหน้าเว็บไซต์ของคุณโดดเด่นไม่เหมือนใคร เพราะเทมเพลตฟรีเหล่านี้ใครๆก็สามารถโหลดไปใช้ได้
คราวนี้คุณก็ได้เห็นจุดอ่อนและจุดแข็งของทั้ง Modular Design และ Web template ไปแล้ว ถัดมาเราจะพาคุณไปดูตัวอย่างของการออกแบบหน้าเว็บไซต์แบบ Modular Design
ตัวอย่างของเว็บไซต์ที่มีการออกแบบสไตล์ Modular Design
https://www.behance.net/gallery/18988225/B-Yoga-Website
สรุป
จากเนื้อหาของบทความนี้คุณก็พอจะเห็นข้อแตกต่างของการออกแบบทั้ง 2 แบบไปแล้วว่าทั้งสองแบบมีจุดแข็งและจุดอ่อนเป็นอย่างไร การออกแบบเว็บไซต์แบบ Modular นี้ก็สามารถนำคุณไปสู่ภาพลักษณ์ของดีไซน์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร และประหยัดทั้งงบและเวลา และในขณะเดียวกัน template ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับงานเร่งงานรีบอีกด้วย หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกใช้แบบการดีไซน์หน้าเว็บไซต์ได้เร็วขึ้น
ต้องการปรึกษาหรือวางแผนปรับเปลี่ยนรูปแบบการดีไซน์ของหน้าเว็บไซต์ปัจจุบันหรือสร้างเว็บไซต์ใหม่ ติดต่อเราได้ที่ โทร Modular Web Design คือวิธีออกแบบเว็บไซต์แบบแยก Component หรือ Module ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ในหลายหน้า เช่น Header, Footer, Hero Section, Testimonial Block ทำให้ Update และ Scale ง่าย 1. ประหยัดเวลาออกแบบหน้าใหม่ 2. Consistency ทั้งเว็บ 3. Easy to Maintain 4. Faster Development 5. Better Brand Identity 6. A/B Test ได้ง่าย 7. Reusable Components 8. Better Performance ลด CSS/JS Duplication 1. Figma สำหรับ Design System 2. Storybook สำหรับ Component Library 3. Webflow สำหรับ Designer 4. Elementor Templates 5. React/Vue Components 6. Tailwind UI Components 7. Bootstrap Components 1. Corporate Website ที่มีหลายหน้า 2. SaaS Application 3. E-commerce ที่มี Product Pages เยอะ 4. Marketing Site 5. Multi-language Site 6. Multi-brand Company สำหรับเว็บเล็กๆ 5-10 หน้าอาจไม่จำเป็นคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Modular Web Design
Modular Web Design คืออะไร?
ข้อดีของ Modular Web Design?
เครื่องมือสร้าง Modular Web Design?
Modular Design เหมาะกับเว็บแบบไหน?