10 เทรนด์การออกแบบเว็บไซต์ ปี 2019

ในปี 2019 นี้ ไม่ได้มีเพียงแค่เทรนด์การออกแบบเว็บไซต์ใหม่ ๆ
Website design - 33-min

Share this article

ในปี 2019 นี้ ไม่ได้มีเพียงแค่เทรนด์การออกแบบเว็บไซต์ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นมาใหม่เท่านั้น แต่หลาย ๆ เว็บไซต์ก็มีการนำเอาสไตล์และแพทเทิร์นที่มีอยู่เดิมมาใช้ด้วยเช่นกัน


เทรนด์การออกแบบเว็บไซต์ในปีนี้เหมือนกับพาเหรดของความคิดสร้างสรรค์เลยก็ว่าได้ ฉีกดีไซน์เก่า ๆ เดิม ๆ ทิ้งไป หันมาใช้สีสันที่สดและโดดเด่น และการจัดวางที่ไม่สมมาตร และนำเทคโนโลยีเข้ามารวมในดีไซน์ทำให้ดูสมาร์ทขึ้น เทรนด์การออกแบบเว็บไซต์ในปีนี้จึงเป็นความขัดกันอย่างลงตัวของสีสันที่สวยงามและเทคโนโลยี

ทำไมจึงต้องมีการออกแบบเว็บไซต์ที่อินเทรนด์?

เว็บไซต์ที่มีการออกแบบที่อินเทรนด์ สวยงามจะดึงดูดผู้คนได้มากกว่า และทำให้ผู้คนเกิดความประทับใจและสนใจเว็บของคุณมากขึ้นด้วย มันทำให้มีผู้เข้าชมเว็บคุณมากขึ้น ส่งเสริมการขายได้มากขึ้นนั่นเอง เพราะเว็บไซต์ช่องทางการตลาดที่สำคัญช่องทางหนึ่ง ที่สำคัญมากในการเข้าถึงและมัดใจลูกค้า 

มีดูกันเลยว่าเทรนด์การออกแบบเว็บไซต์ในปี 2019 จะมีอะไรบ้าง

1. ให้ฟ้อนต์ SERIFS บนเว็บไซต์

เคยได้ยินกันไหมว่าฟ้อนต์ตระกูล serifs นั้นควรใช้บนสื่อพิมพ์ และ sans ควรใช้กับสื่อบนหน้าจอต่าง ๆ ฟ้อนต์ Sans เป็นที่นิยมบนเว็บไซต์ต่าง ๆ มานาน เพราะมันอ่านง่ายและดูสะอาดตา แต่ serifs นั้นถูกออกแบบมาให้ดูสร้างสรรค์ เอาไว้ตกแต่งและเน้นคำต่าง ๆ มันจึงไม่แปลกเลยที่หลาย ๆ แบรนด์จะนำ serifs มาใช้ทำ Headers และ Call-to-Actions

ที่ Yes! เราสร้างสรรค์เว็บไซต์อย่างดีและสวยงาม ให้เข้ากับบริษัทของคุณด้วยสไตล์ที่ทันสมัยตามเทรนด์ 

2. ใช้สีขาว-ดำ

สีมีบทบาทที่สำคัญมากในการออกแบบเว็บไซต์ สีเป็นตัวก่อให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ เมื่อมีผู้คนมาเยี่ยมชมเว็บไซต์ และสีที่แตกต่าวกันไปก็จะดึงดูดผู้ชมแต่ละกลุ่มแตกต่างกันไปด้วย สีนั้นเป็นเครื่องมือที่ช่วยไกด์หรือชี้นำให้ผู้คนมองสิ่งต่าง ๆ บนเว็บไซต์ รวมถึงทำให้เชื่อมโยงแบรนด์กับค่านิยมหรือลักษณะนิสัยและภาพลักษณ์ต่าง ๆ ด้วย ในปี 2019 นี้ สีขาวและดำ ได้ขึ้นมาเป็นคู่สีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเลย 

ด้วยการจับคู่กันของสีที่ตัดกัน มันทำให้ดีไซน์ดูมีอิมแพคและทำให้เว็บไซต์ดูมีลูกเล่นมากเลยทีเดียว สีขาวทำให้นึกถึงความสะอาดและสว่างไสวในขณะที่สีดำสื่อถึงความกล้า และความแข็งแรงทรงพลัง นำสีสองสีนี้มาอยู่ด้วยกันแล้วทำให้เว็บไซต์น่ามองมาก ๆ ทีเดียว

3. รูปร่างที่เป็นธรรมชาติ

ตรงกันข้ามกับระบบ grid ของการออกแบบเว็บไซต์ ในปีนี้เน้นสไตล์ที่ใฃ้รูปร่างที่เป็นธรรมชาติ มีความราบรื่น พริ้วไหว ดีไซน์ในปีนี้เน้นความเข้าถึงง่ายและดูสบาย ๆ ทำให้ไม่มีการใช้รูปทรงเลขาคณิตอย่างสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม หรือจัตุรัส ที่ให้ความรู้สึกมั่นคง แต่จะใฃ้รูปร่างรูปทรงที่เป็นธรรชาติ มีความไม่สมมาตร และไม่สมบูรณ์แบบ มันทำให้เว็บไซต์น่ามองน่าค้นหา และทำให้เกิดภาพลวงตามีความเคลื่อนไหวไม่แข็งทื่อด้วย

4. GLITCH ART ศิลปะจากการใช้ข้อผิดพลาดทางดิจิทัลหรืออนาล็อก

Glitch art หรือศิลปะที่นำหน้าจอที่กระพริบเพราะความผิดพลาดทางดิจิทัลและอนาล็อกมาใช้ได้ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง เพราะกราฟฟิกดีไซน์นั้นคือการทดลองและใช้จินตนาการ มันสร้างความรู้สึกที่ดูไม่เข้าที่เข้าทาง และการเคลื่อนไหว เหมาะกับการสร้างความรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจมาก ๆ 

5. MICRO-INTERACTIONS ลูกเล่นเล็ก ๆ บนเว็บไซต์โต้ตอบกับผู้มาเยี่ยมชม

Micro-interactions หรือปฏิสัมพันธ์จุลภาคหรือปฏิสัมพันธ์เล็ก ๆ คือเมื่อผู้ใช้เว็บไซต์ทำอะไรบางอย่างกับองค์ประกอบในเว็บไซต์แล้วจะมีปฏิกิริยาตอบโต้เป็นการเคลื่อนไหวหรือเอฟเฟคต่าง ๆ  Micro-interactions เหล่านี้สร้างการมีส่วนร่วมของผู้ชมได้ดีมาก 

ในปีนี้เว็บไซต์ต่าง ๆ จะใช้ Micro-interactions เช่น การทำให้องค์กระกอบต่าง ๆ กระพริบ เคลื่อนไหว เมื่อไปชี้ที่องค์กระกอบนั้น ๆ หรือแม้แต่การเลื่อนขึ้น-ลงในหน้าเว็บแล้วทำให้องค์กระกอบต่าง ๆ เคลื่อนไหวก็ได้ Micro-interactions ทำให้บริษัทของคุณดูมีความเป็นมีอาชีพมากเลยทีเดียว

6. CHATBOTS

ในปี 2019 แชทบอท ได้มาถึงจุดที่ได้รับความสนใจมากเลยทีเดียว มันเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่ถูกโปรแกรมให้สนทนากับผู้ใช้ได้ การมีแชทบอทในเว็บของคุณจะทำให้เว็บดูมีความทันสมัย มีประสิทธิภาพ และดูฉลาดหลักแหลมด้วย

ให้เลือกใช้สีที่สดและเด่นเพื่อทำให้คนเห็นมันได้ชัดเจนและรู้สึกว่าถูกเชิญชวนให้ใช้งานแชทบอท อีกทั้งแชทบอทยังเป็นเหมือนตัวแทนของบริษัทในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าด้วย

7. เนื้อหาเป็นวิดีโอ

ถ้าคุณไม่อยากให้ลูกค้าต้องอ่านเนื้อหาที่ยาวเหมือนยกหนังสือมาทั้งเล่ม ลองใช้วิดีโอในการนำเสนอข้อมูลเหล่านั้นดูสิ วิดีโอทำให้ผู้ที่มาชมเว็บไซต์รับข้อมูลได้มากในเวลาสั้น ๆ แถมทำให้เว็บไซต์และแบรนด์ของคุณน่าสนใจขึ้นมากทีเดียว ดูได้จาก Google ที่ตอนนี้มีการนำผลการค้นหาวิดีโอมาโชว์ก่อนผลการค้นหาที่เป็นเว็บไซต์เสียอีก 

8. สไตล์มินิมอล

การออกแบบสไตล์มินิมอลถือด้ว่าเป็นสไตล์ที่ได้รับความนิยมมาตลอด มันเป็นสไตล์ที่ได้รับความนิยมมากในการออกแบบความงามที่เน้นความคลาสสิก และไม่มีวันตายหรือหมดความนิยม มันจึงถูกนำมาใช้ในการออกแบบเว็บไซต์อยู่บ่อยครั้ง เพราะไม่จำเป็นต้องมีองค์ประกอบเยอะ แต่จะต้องระวังในการออกแบบและออกแบบให้ดูเรียบแต่ยังมีความน่าค้นหาอยู่ 

การออกแบบสไตล์มินิมอลในปี 2019 จะเน้นการใช้พื้นที่ว่าง และใช้อนิเมชั่นและการ fade-in มาใช้ทำให้เว็บไซต์ดูไม่น่าเบื่อและทำให้ชมรู้สึกว่าได้มีส่วนร่วมมากขึ้นด้วย

9. THUMB-FRIENDLY NAVIGATION การนำทางที่เป็นมิตรกับการใช้นิ้วโป้ง

การใช้อินเตอร์เน็ตผ่านมือถือได้กลายมาเป็นวิธีการหลักแทนการใช้อินเตอร์เน็ตบนคอมพิวเตอร์แล้ว มันจึงสำคัญมากที่เว็บไซต์ต่าง ๆ จะต้องมีเว็บไซ๖ืที่เหมาะกับการใช้งานบนมือถือ และการมีดีไซน์ที่เป็นมิตรต่อการใช้งานด้วยนิ้วโป้งก็เป็นเทรนด์ที่สำคัญมากทีเดียว ตัวอย่างของเทรนด์นี้คือการนำเมนูมาไว้ตรงด้านล่างของหน้าจอมือถือนั่นเอง

10. ความหลากหลาย

ในฐานะของเครื่องมือที่เชื่อมโยงคนที่แตกต่างกันทั้งเพศ อายุ และ วัฒนธรรมนับล้านคนไว้ด้วยกัน อินเตอร์เน็ตต้องเป็นพื้นที่ที่นำเสนอความหลากหลาย ในปี 2019 นี้ ดีไซน์ของเว็บไซต์ต่าง ๆ ควรที่จะให้ความสำคัญกับการนับรวมคนทุกกลุ่ม (Inclusiveness) ยกตัวอย่างเช่นการที่ Apple ได้เพิ่มอีโมจิที่มีสีผิวมากมาย หรือการใช้นางแบบนายแบบที่มีความแตกต่างกันด้วยอายุ เพศ เชื้อชาติและอื่น ๆ 

เว็บไซต์ที่โดดเด่น ไม่ซ้ำใครจะดึงดูดคนดูได้มาก และทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้มากกว่าเดิม ทำให้เว็บนั้นใช้งานได้ดี มีประสิทธิภาพด้วย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์ที่ออกแบบมาอย่างเรียบ ๆ จะไม่ถือว่าทันสมัยหรือตามเทรนด์

การจะสร้างเว็บไซต์ที่มัดใจผู้ชมและทำให้เป็นที่จดจำคือการใช้อัตลักษณ์ของแบรนด์มาใช้เป็นหลักในการออกแบบ เพราะมันจะทำให้เว็บไซต์นั้นแสดงออกและหมาะสมกับแบรนด์ของคุณที่สุด

หากคุณกำลังมองหาบริษัทออกแบบและสร้างเว็บไซต์อยู่ล่ะก็ ติดต่อเราได้ทุกเมื่อที่ Yes Web Design Studio และคุณสามารถชมผลงานของเราที่ออกแบบตามเทรนด์มาแรงเหล่านี้ได้ที่ Portfolio ของพวกเรา

แหล่งที่มาข้อมูล: https://99designs.com/blog/trends/web-design-trends-2019/

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Website Design Trends 2026

Web Design Trends ปี 2026 มีอะไรบ้าง?

1. AI-Generated Content และ Visual 2. Dark Mode เป็น Standard 3. 3D Elements WebGL 4. Glassmorphism 5. Micro-interactions 6. Bento Grid Layout 7. Brutalism 8. Animated Cursors 9. Voice UI 10. AR Product Preview

Trend ไหนที่สำคัญที่สุด?

1. AI Content Personalization 2. Mobile-First Design 3. Core Web Vitals Optimization 4. Accessibility WCAG 2.2 5. Voice Search Optimization สำคัญสุดคือ Performance และ Personalization ส่งผลต่อ Conversion

Trend ที่ควรหลีกเลี่ยง?

1. Auto-play Video with Sound น่ารำคาญ 2. Pop-up มากเกินไป 3. Slider ช้า 4. Stock Photo ทั่วๆ ไป 5. Captcha ที่ยุ่งยาก 6. Excessive Animation บนมือถือ 7. Flash content เลิกใช้แล้ว

ทำเว็บตาม Trend คุ้มไหม?

ขึ้นอยู่กับ Brand Strategy Trend ใหม่ทำให้เว็บดู Modern แต่ต้อง Balance กับ Usability Premium Brand ใช้ Trend สร้าง Wow Factor SME ใช้ Functional Trends Performance, Mobile-friendly ก่อนคุ้มกว่า

Written by

Nina Wongsakul

นีน่า วงศ์สกุล เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัลและนักวางกลยุทธ์เนื้อหาที่ Yes Web Design Studio ในกรุงเทพฯ ด้วยความเชี่ยวชาญด้าน SEO การออกแบบเว็บไซต์ และการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย AI เธอช่วยให้ธุรกิจไทยและต่างประเทศสร้างตัวตนออนไลน์ที่แข็งแกร่ง

Stop letting your competitors outrank you.