การสร้างโปรไฟล์ลิงก์ที่ดีและมีคุณภาพเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเสริมสร้างอันดับ SEO ของเว็บไซต์ในผลการค้นหาของ Google แต่ลิงก์คุณภาพต่ำหรือสแปมที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ของคุณอาจเป็นอันตรายต่ออันดับของคุณได้ และเครื่องมือ “Disavow Links” ของ Google สามารถช่วยเจ้าของเว็บไซต์จัดการกับลิงก์ที่ไม่ต้องการและลดความเสี่ยงจากการถูกลงโทษจากอัลกอริธึมของ Google เครื่องมือนี้มีความสำคัญอย่างไร? และควรใช้งานอย่างไรเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด? บทความนี้จะมาอธิบายถึงวิธีการใช้งาน และความสำคัญของการตรวจสอบลิงก์คุณภาพต่ำเพื่อรักษาอันดับ SEO ของเว็บไซต์ของคุณ
Disavow Links คืออะไร?
รูปภาพจาก : Cityhost.U
เครื่องมือที่ Google พัฒนาขึ้นเพื่อให้เจ้าของเว็บไซต์สามารถแจ้ง Google ไม่ให้คำนวณลิงก์ที่ชี้มายังเว็บไซต์ของคุณในการจัดอันดับผลการค้นหา เมื่อผู้ใช้งาน “disavow” ลิงก์ คุณกำลังบอก Google ว่า “กรุณาไม่นำลิงก์นี้มาคิดเป็นปัจจัยในการจัดอันดับเว็บไซต์ของฉัน”
ลิงก์ย้อนกลับ (Backlinks) ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ Google ใช้ในการจัดอันดับเว็บไซต์ เพราะการมีลิงก์คุณภาพสูงชี้มายังเว็บไซต์ของคุณเปรียบเสมือนการโหวตความน่าเชื่อถือ แต่ในทางกลับกัน ลิงก์คุณภาพต่ำหรือลิงก์สแปมสามารถส่งผลลบต่ออันดับของคุณได้เช่นกัน
เมื่อลิงก์คุณภาพต่ำชี้มายังเว็บไซต์ของคุณ อาจทำให้ Google มองว่าคุณกำลังใช้เทคนิค SEO ที่ผิดกฎ และอาจส่งผลให้อันดับของคุณตกลงได้ เครื่องมือ Disavow Links จึงเป็นทางออกสำหรับสถานการณ์เช่นนี้
ทำไมต้อง Disavow Links? ผลกระทบของลิงก์ที่ไม่ดีต่อเว็บไซต์
รูปภาพจาก : SEOHACKER
ลิงก์สแปม (Spam Links) คืออะไร?
ลิงก์สแปมถูกสร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อหลอกระบบจัดอันดับของ Google มากกว่าที่จะให้คุณค่าแก่ผู้ใช้ ลิงก์เหล่านี้มักมีลักษณะดังนี้
- มาจากเว็บไซต์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือเนื้อหาของคุณ
- มาจากเว็บไซต์คุณภาพต่ำที่มีเนื้อหาน้อย
- มีการใช้ข้อความลิงก์ (Anchor Text) ที่แปลกหรือเต็มไปด้วยคีย์เวิร์ด
- มาจากเว็บไซต์ในเครือข่ายลิงก์ส่วนตัว (Private Blog Networks หรือ PBNs)
- เป็นลิงก์ที่ซื้อมาจากบริการขายลิงก์
ผลเสียของลิงก์คุณภาพต่ำที่มีต่ออันดับ SEO
ลิงก์คุณภาพต่ำสามารถส่งผลเสียต่อเว็บไซต์ของคุณในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการถูกลงโทษจาก Google การลดลงของอันดับในผลการค้นหา การลดทอนความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ การสูญเสียโอกาสในการแข่งขัน การเสียค่าใช้จ่ายในระยะยาว และ Google Search Console อาจเตือนจนส่งผลให้การทำงานของเว็บไซต์หยุดชะงักหรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
Google มีมาตรการจัดการลิงก์ที่ไม่ดีอย่างไร?
- อัลกอริทึม Penguin เปิดตัวครั้งแรกในปี 2012 เพื่อต่อต้านการสแปมลิงก์ ปัจจุบันทำงานแบบเรียลไทม์และเป็นส่วนหนึ่งของอัลกอริทึมหลักของ Google
- Google อาจส่งข้อความแจ้งเตือนเมื่อตรวจพบรูปแบบลิงก์ที่ผิดปกติ ซึ่งการแจ้งเตือนจะมาใน Google Search Console
- การลงโทษด้วยการลดอันดับ โดยเว็บไซต์ที่มีลิงก์สแปมจำนวนมากอาจถูกลดอันดับในผลการค้นหา
- Google เปิดโอกาสให้เจ้าของเว็บไซต์แจ้งลิงก์ที่ไม่ต้องการด้วยเครื่องมือ Disavow Links
ดังนั้น การตรวจสอบและจัดการลิงก์ย้อนกลับจึงเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ SEO การใช้เครื่องมือ Disavow Links อย่างเหมาะสมจะช่วยให้คุณสามารถรักษาโปรไฟล์ลิงก์และลดความเสี่ยงในการถูกลงโทษจาก Google ได้
วิธีเช็กลิงก์คุณภาพต่ำก่อนทำ Disavow
ก่อนที่จะใช้ Disavow Links ควรมีการตรวจสอบโปรไฟล์ลิงก์ของคุณอย่างละเอียด การทำ disavow อย่างสุ่มหรือเร่งรีบอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี โดยสามารถตรวจสอบลิงก์คุณภาพต่ำได้ดังนี้
รวบรวมข้อมูลลิงก์ย้อนกลับทั้งหมด
ใช้ Google Search Console เพื่อดูรายการลิงก์ที่ชี้มายังเว็บไซต์ของคุณ หรือใช้เครื่องมือวิเคราะห์ลิงก์จากภายนอก เช่น Ahrefs, SEMrush หรือ Moz เพื่อข้อมูลที่ครบถ้วนยิ่งขึ้น
วิเคราะห์คุณภาพของลิงก์
ตรวจสอบค่า Domain Authority หรือ Domain Rating ของเว็บไซต์ต้นทาง และพิจารณาความเกี่ยวข้องระหว่างเนื้อหาของเว็บไซต์ต้นทางกับเว็บไซต์ของคุณว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ หรือสังเกตข้อความลิงก์ (Anchor Text) ว่ามีความหลากหลายและเป็นธรรมชาติหรือไม่ นอกจากนี้ควรตรวจสอบจำนวนลิงก์จากโดเมนเดียวกัน (ถ้ามีมากเกินไปอาจเป็นสัญญาณของลิงก์สแปม)
ระบุลิงก์ที่น่าสงสัย
ตรวจสอบและระบุลิงก์ที่น่าสงสัย เช่น ลิงก์จากเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้อง ถูกแฮก เต็มไปด้วยโฆษณาลิงก์จากบล็อกเครือข่ายส่วนตัว (PBNs) ลิงก์จากหน้าโปรไฟล์จำนวนมากหรือมาจากบริการรับทำลิงก์ราคาถูก และลิงก์จากเว็บไซต์ที่มีภาษาแตกต่างจากเว็บไซต์ของคุณโดยสิ้นเชิง
ติดต่อเจ้าของเว็บไซต์
ก่อนที่จะทำ Disavow ควรพยายามติดต่อเจ้าของเว็บไซต์ต้นทางเพื่อขอให้ลบลิงก์ออก และเก็บหลักฐานการติดต่อไว้ เผื่อกรณีต้องขอทบทวนด้วยตนเอง (Manual Review) จาก Google
สร้างรายการลิงก์ที่จะทำ disavow
รวบรวมลิงก์ที่พิจารณาแล้วว่าเป็นลิงก์คุณภาพต่ำและไม่สามารถลบได้ และจัดทำไฟล์ตามรูปแบบที่ Google กำหนด (จะกล่าวถึงในหัวข้อถัดไป) ซึ่งการตรวจสอบอย่างละเอียดจะทำให้มั่นใจได้ว่าคุณกำลัง Disavow เฉพาะลิงก์ที่เป็นอันตรายต่อเว็บไซต์จริง ๆ เครื่องมือวิเคราะห์ลิงก์มืออาชีพจะช่วยให้กระบวนการนี้ง่ายขึ้นด้วยการให้คะแนนและการจัดอันดับลิงก์
วิธีใช้ Google Disavow Tool อย่างถูกต้อง
เมื่อได้รายการลิงก์ที่ต้องการ disavow แล้ว ต่อไปคือขั้นตอนการใช้เครื่องมือ Disavow Links ของ Google อย่างถูกต้อง สามารถทำได้ดังนี้
- เข้าถึงเครื่องมือ Disavow Links
– ไปที่ Google Search Console (search.google.com/search-console)
– เลือกเว็บไซต์ที่คุณต้องการจัดการลิงก์
– ไปที่เมนู “Links” ทางด้านซ้าย
– เลื่อนลงไปด้านล่างและคลิกที่ “Disavow Tool”
2. สร้างไฟล์ Disavow ในรูปแบบที่ถูกต้อง
– ไฟล์ Disavow ต้องเป็นไฟล์ข้อความธรรมดา (.txt) ที่มีการเข้ารหัสแบบ UTF-8
– แต่ละบรรทัดในไฟล์สามารถเป็นได้ 2 รูปแบบ
domain:example.com (เพื่อ Disavow ทุกลิงก์จากโดเมนนั้น) หรือ URL ของลิงก์ที่เฉพาะเจาะจง (เช่น https://example.com/bad-page.html)
3. อัปโหลดไฟล์ Disavow
– คลิกที่ปุ่ม “Choose File” หรือ “Upload”
– เลือกไฟล์ .txt ที่คุณสร้างไว้
– ยืนยันการอัปโหลด
4. คำแนะนำสำคัญในการใช้ Disavow Tool
– ทำการสำรองข้อมูลไฟล์ Disavow เดิมก่อนอัปโหลดไฟล์ใหม่
– การอัปโหลดไฟล์ใหม่จะแทนที่ไฟล์เดิมทั้งหมด ไม่ใช่เพิ่มเติม
– ควรใช้ Disavow ในระดับโดเมนหากพบว่าโดเมนนั้นมีเพียงลิงก์คุณภาพต่ำ
– ใช้ Disavow ในระดับ URL เมื่อโดเมนนั้นมีทั้งลิงก์ดีและลิงก์ไม่ดี
5. ติดตามผลหลังการทำ Disavow
– การเปลี่ยนแปลงหลังจากทำ Disavow อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน
– ติดตามอันดับของคุณในคีย์เวิร์ดหลัก
– ติดตามการเปลี่ยนแปลงของ organic traffic
– สังเกตข้อความแจ้งเตือนใน Google Search Console
การใช้ Disavow Tool ควรเป็นทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น หลังจากพยายามลบลิงก์โดยตรงแล้ว Google แนะนำให้ใช้เครื่องมือนี้เฉพาะเมื่อมั่นใจว่าลิงก์เหล่านั้นกำลังส่งผลเสียต่อเว็บไซต์จริง ๆ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Disavow Links
ควรใช้ Disavow Links บ่อยแค่ไหน?
การใช้ Disavow Links ไม่จำเป็นต้องทำบ่อย ๆ เว้นแต่เว็บไซต์ของคุณมีปัญหาเกี่ยวกับลิงก์ที่เป็นอันตรายหรือได้รับการแจ้งเตือนจาก Google ว่ามีลิงก์ที่ละเมิดแนวทางของพวกเขา โดยทั่วไปแนะนำให้ตรวจสอบโปรไฟล์ลิงก์ (Backlink Profile) เป็นระยะ ๆ เช่น ทุก 3-6 เดือน หรือเมื่อสังเกตเห็นว่ามีลิงก์สแปมจำนวนมากที่อาจส่งผลต่อ SEO
ใช้ Disavow Links แล้ว SEO ดีขึ้นทันทีหรือไม่?
ไม่ เพราะการใช้ Disavow Links ไม่ได้ทำให้ SEO ดีขึ้นทันที เพราะ Google ต้องใช้เวลาประมวลผลไฟล์ Disavow และคำนวณผลกระทบของการลบลิงก์เหล่านั้น การเปลี่ยนแปลงด้าน SEO อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือนขึ้นอยู่กับการประเมินของอัลกอริทึม Google ดังนั้น ควรใช้เครื่องมือนี้ร่วมกับกลยุทธ์ SEO อื่น ๆ เช่น การสร้างลิงก์คุณภาพสูงและการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ได้มาตรฐาน
ถ้าลบลิงก์ผิดจะส่งผลเสียต่อเว็บไซต์หรือเปล่า?
การลบลิงก์ผิดพลาดอาจส่งผลเสียต่ออันดับ SEO ได้ หากคุณ Disavow ลิงก์ที่มีคุณภาพสูงโดยไม่ได้ตั้งใจ เว็บไซต์ของคุณอาจสูญเสียคะแนนความน่าเชื่อถือจาก Google และทำให้อันดับลดลง ดังนั้น ก่อนทำ Disavow ควรวิเคราะห์ลิงก์อย่างละเอียด และมั่นใจว่าลิงก์ที่กำลังลบเป็นลิงก์ที่มีผลเสียต่อเว็บไซต์จริง ๆ
สรุป
การใช้ Disavow Links เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการจัดการกับลิงก์คุณภาพต่ำที่อาจส่งผลเสียต่ออันดับ SEO ของคุณ การดูแลโปรไฟล์ลิงก์ของคุณเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ SEO ที่ครบวงจร เครื่องมือ Disavow Links ช่วยให้คุณสามารถจัดการกับลิงก์ที่อาจเป็นอันตรายต่อเว็บไซต์ของคุณ แต่ควรใช้อย่างชาญฉลาดและระมัดระวัง การสร้างลิงก์คุณภาพสูงและเนื้อหาที่มีคุณค่ายังคงเป็นยุทธศาสตร์หลักที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในระยะยาวสำหรับ SEO
หากเว็บไซต์ของคุณไม่มี Traffic เข้ามาเลย ดูไม่น่าใช้งาน หรือต้องการทำเว็บไซต์ใหม่ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าของคุณ สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของ
