6 เทคนิค เพิ่ม score pagespeed เปลี่ยนเว็บฯ ช้าๆแบบสลอธ ให้ติดหน้าแรกของ Google search

บทความโดย Yes Web Design Studio

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest

ก่อนที่จะเริ่มอ่านบทความนี้

สามารถลองทดสอบประสิทธิภาพเว็บไซต์ของคุณ 

ด้วย GTmetrix หรือ Google pageSpeed ก่อนได้นะครับ

ปัจจุบันการที่ธุรกิจมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองนั้นจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะในทุกวันนี้มีหลากหลายแพลทฟอร์มที่เปิดตัวมาให้เราสามารถสร้างเว็บไซต์ได้ด้วยตนเอง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากเว็บไซต์คุณได้เปิดตัวไปแล้วนั้น คุณเคยลองเช็คความเร็วของเว็บไซต์ของคุณหรือไม่ หรือคุณเคยรู้มาก่อนหรือไม่ว่า เว็บไซต์ของคุณมีประสิทธิภาพการแสดงผลมากน้อยแค่ไหน และจริงหรือไม่ ที่สิ่งเหล่านี้เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลทำให้เว็บไซต์ของคุณไม่ว่าคุณจำทำคอนเทนต์มาดีขนาดไหน แต่ถ้า pagespeed มี score ต่ำก็สามารถทำให้เว็บไซต์ของคุณไม่ปรากฏที่หน้าแรกของการค้นหาได้เช่นกัน วันนี้เราจึงมาแชร์เทคนิคดีๆที่จะช่วยเพิ่ม score pagespeed ให้เว็บไซต์คุณติดหน้าแรกของหน้าค้นหา

“จากผลสำรวจของ Crazyegg  สำหรับเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ 47% ของลูกค้าคาดหวังให้เว็บไซต์โหลดเสร็จภายใน 2 วินาทีหรือน้อยกว่านั้น | 52% ของลูกค้าจะกลับเข้ามายังเว็บไซต์ที่โหลดเร็วอีก และที่สำคัญคือ 79% จะไม่กลับเข้ามาเว็บไซต์ที่โหลดช้าอีก”

ในบทความนี้จะประกอบไปด้วยหัวข้อดังนี้ 

  • ทำไมเว็บไซต์ต้องให้ความสำคัญกับ Pagespeed\
  • เครื่องมือไหนที่ใช้วัดประสิทธิภาพความเร็วเว็บไซต์ได้ดีที่สุด
  • Pagespeed เกี่ยวข้องอะไรกับ SEO
  • 6 เทคนิคเพิ่ม score pagespeed
  • สรุป

ทำไมเว็บไซต์ต้องให้ความสำคัญกับ Pagespeed

อย่าลืมว่าวัตถุประสงค์หลักของการมีเว็บไซต์คือเพื่อเป็นช่องทางออนไลน์ให้คนเข้าถึงและมีปฏิสัมพันธ์ได้ง่ายและสะดวกขึ้น ในการเข้าถึงลักษณะนี้เราจึงเรียกว่า Traffic ของเว็บไซต์ Traffic ถือเป็นปัจจัยสำคัญอีกปัจจัยที่อัลกอลิธึมของ Google จะนำเว็บไซต์ของเราไปวิเคราะห์และจัดลำดับบนหน้าของผลการค้นหาของ Google

ผมอยากให้คุณลองนึกภาพและลองจินตนาการดูว่าเวลาที่คุณต้องสั่งซื้อสินค้าออนไลน์บนเว็บไซต์ ๆ หนึ่งนั้น คุณคลิกเข้าไปยังเว็บไซต์นั้นและต้องใช้เวลารอเพื่อให้เนื้อหาบนเว็บไซต์แต่ละส่วนปรากฏใช้เวลานานเกินไป บางส่วนอาจจะปรากฏขึ้นมาก่อน บางส่วนอาจจะยังไม่ปรากฏ ถึงแม้ว่าอินเตอเน็ตของคุณจะมีความเร็วแค่ไหนก็ตาม ภาพก็ยังดู error อยู่ดี นี่แค่คุณลองจินตนาการก็ยังน่าหงุดหงิดขนาดนี้ เพราะผมเชื่อว่าคุณก็คงเคยมีประสบการณ์การเข้าชมเว็บไซต์ที่เนื้อโหลดช้ามากันบ้างแล้ว นั่นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องให้ความสำคัญกับ Pagespeed เพราะ

“ Pagespeed แย่ = Ranking ตก ”

เครื่องมือไหนที่ใช้เช็คประสิทธิภาพความเร็วเว็บไซต์ได้ดีที่สุด

พูดถึงเรื่องของความสำคัญของ Pagespeed ไปแล้ว หลายคนคงอยากรู้กันแล้ว ว่าใช้เครื่องตัวไหนที่สามารถวัดประสิทธิภาพความเร็วของ pagespeed ดีที่สุด ในปัจจุบันผู้ให้บริการหรือแพลทฟอร์มที่ใช้ในการวัดประสิทธิภาพก็มีหลากหลายเจ้าให้เราได้เลือกใช้ แต่ที่เราอยากจะแนะนำให้ลองใช้งานและเป็นตัวที่นิยมใช้งานกันก็คือ 2 ตัวนี้ Google pageSpeed และ GTmetrix ทั้งสองตัวคุณสามารถใช้งานได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่รายละเอียดการใช้งานของแต่ละอันก็มีข้อจำกัดของการใช้งานอยู่เหมือนกัน Google pageSpeed คือเครื่องมือที่ใช้ประเมินประสิทธิภาพของเว็บไซต์ เป็นเครื่องมือที่ถูกสร้างขึ้นโดย Google เปิดให้ใช้งานฟรี คุณสามารถนำลิงก์เว็บไซต์ที่ต้องการประเมินประสิทธิภาพใส่ลงไป จากนั้นก็กด Analyze เมื่อทำการกดแล้ว Google pageSpeed ก็จะแสดงผลลัพธ์ของประสิทธิภาพทั้งหมดขึ้นมาให้เรา ข้อจำกัดของ Google pageSpeed ก็คือ มันจะไม่สามารถเจาะจงพื้นที่เพื่อวัดประสิทธิภาพตามประสิทธิภาพของเซิร์ฟเวอร์ในพื้นที่นั้นๆ และข้อจำกัดอีกข้อของ Google pageSpeed ก็คือคุณไม่สามารถสร้างบัญชีเพื่อทำการแทรคเว็บไซต์ตลอดเวลา

ถัดมาคือ GTmetrix เครื่องมือวัดประสิทธิภาพเว็บไซต์ที่ให้คุณได้ใช้งานฟรีอีกตัว ข้อได้เปรียบของเครื่องมือตัวนี้คือ ถ้าคุณซื้อเป็นตัว Pro มันจะสามารถตั้งให้แทรคเว็บไซต์ได้ตลอดเวลาและมีประสิทธิภาพของการแทร็คที่สูงกว่า ถึงขั้นสามารถกำหนดพื้นที่เซิร์ฟเวอร์เพื่อทำการวัดประสิทธิภาพของเว็บไซต์ได้ แต่การใช้งานตัวฟรีของ Google pageSpeed ก็สามารถใช้งานได้ดีไม่แพ้กันกับ GTmetrix โดยมันสามารถสามารถวัดค่า page load time ค่า total page size และ จำนวนคำขอของ HTTP ทั้งหมด จะเห็นว่าจริงๆแล้วทั้งสองตัวก็มีหน้าตาและกระบวนการวิเคราะห์ที่ไม่ต่างกันมากเท่าไหร่ (ตัวฟรี) เราเลยอยากจะแนะนำแบบนี้ดีกว่า 

“หากคุณต้องการผลการทดสอบที่ละเอียดและสามารถติดตามผลได้ตลอดเวลา คุณควรใช้ GTmetrix – สำหรับตัว Pro”

“แต่สำหรับวัตถุประสงค์ที่ต้องการดูข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปใช้ได้จริงซึ่งส่งผลต่อ SEO โดยตรงคุณควรใช้ PageSpeed Insights ของ Google”

Pagespeed เกี่ยวอะไรกับ SEO

แน่นอนว่าเวลาที่คุณเข้าไปเว็บไซต์ไหนแล้ว เว็บไซต์นั้นช้าเหมือนเต่า หอยทาก หรือสล็อต คุณก็คงมีความรู้สึกว่าไม่อยากจะเปิดมันต่อไปอีกแล้ว เพราะ Pagespeed ถือเป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งที่ Algorithm Google จะนำไปจัดอันดับบนหน้าค้นหา นอกจากนั้นแล้วการที่คนเข้ามายังเว็บไซต์และออกในเวลาอันรวดเร็ว ก็ส่งผลให้ bounce rates สูงขึ้นเช่นกัน ก็ยิ่งส่งผลเสียต่อ Performance ของเว็บไซต์อีกด้วย เพราะฉะนั้นแล้วเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า Pagespeed ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับ SEO เพราะเจ้าตัวนี้แหละที่อาจเป็นปัญหาทำให้เว็บไซต์คุณไม่ขึ้นหน้า Google search ซักที

6 เทคนิคเพิ่ม score pagespeed

  • เทคนิคที่ 1 Optimize เว็บไซต์ด้วย gzip compression เราจะต้องทำการบีบอัดโค๊ดและเข้ารหัสโค๊ดของหน้าเว็บไซต์ฝั่ง server ให้มีขนาดเล็กลง จากนั้นมันก็จะทำการส่งไปยังเบราเซอร์ที่ทำการเปิดหน้าเพจนั้นๆ ด้วยไฟล์ที่เล็กลงและนั่นก็จะทำให้เบราเซอร์นั้นๆสามารถทำให้ Pagespeed เร็วขึ้น เนื่องจากไฟล์มีขนาดเล็กลงนั่นเอง โฮสต์และเว็บเบราว์เซอร์ส่วนใหญ่จะสนับสนุนเทคนิคการบีบอัดนี้ นอกจากนี้ gzip นี้ยังสามารถลดขนาดไฟล์ข้อความของคุณได้อีกด้วย เช่นไฟล์ HTML และ CSS
  • เทคนิคที่ 2 ใช้ตัวช่วย WP Smush ลดขนาดไฟล์รูปในเว็บไซต์ สำหรับการบีบอัดไฟล์รูปจะไม่สามารถใช้ Gzip ในการบีบอัดได้ เครื่องมือที่นิยมในการบีบอัดจึงเป็น WP Smush ซึ่งเป็น Plugin หนึ่งของ WordPress ที่ปรับรูปและบีบอัดไฟล์รูปให้เราโดยอัตโนมัติ โดยที่คุณภาพของรูปยังเท่าเดิม 
  • เทคนิคที่ 3 ลบ Plug in ที่ไม่มีประโยชน์ออกให้หมด ทราบหรือไม่ว่า WordPress มี Plugin มากกว่า 50,000 ตัว และด้วยสาเหตุนี้เราอาจจะประมาทกับการติดตั้งปลั๊กอินไว้เยอะ ๆ บนเว็บไซต์ ทั้งที่บางอันก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร และถึงแม้ว่ามันจะเป็นตัวที่ฟรีแต่การที่การที่มีปลั๊กอินมาก ๆ และไม่จำเป็น จะทำให้เว็บไซต์ของคุณประมวลผลช้า
  • เทคนิคที่ 4 Host ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง จากการสำรวจพบว่า โฮสต์ที่ดีจะต้องใช้เวลาดาวน์โหลด 0.7-0.8 วินาที แต่ถ้าโฮสต์ไหนที่ช้า ๆ ก็จะใช้เวลาดับเบิ้ลขึ้นไปอีกเท่าตัวเลยที่เดียว ฉะนั้นการเลือกโฮสต์ที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง แน่นอนว่าเมื่อเลือกโฮสต์ขอแนะนำให้ตรวจสอบจากรีวิวเพิ่มเติมเสมอ เพื่อให้เข้าใจชัดเจนขึ้นว่าผู้ให้บริการโฮสติ้งเหมาะสมและคุ้มค่ากับคุณหรือไม่
  • เทคนิคที่ 5 ย่อขนาดไฟล์ข้อความ ถ้าเว็บไซต์ของคุณเป็นเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นโดยการ Custom code คุณต้องให้โปรแกรมเมอร์เป็นคนจัดการทำให้มัน lean และ clean มากขึ้น และถ้ายิ่งเป็น WordPress แล้ว เราจะสามารถจัดการได้ง่ายมากขึ้น โดยให้คุณทำการโหลดและติดตั้งปลั๊กอินที่มีชื่อว่า WP Rocket และเลือกไฟล์ที่ต้องการย่อขนาดลง เช่น HTML CSS และ JS
  • เทคนิคที่ 6 Caching หรือการคัดลอกข้อมูลซ้ำไว้หน่วยความจำของคอมพิวเตอร์  เพื่อเรียกใช้ในครั้งต่อไป ถ้าพูดให้เข้าใจกันง่าย ๆ คือการนำเนื้อหาเดิมที่เคยเปิดมาใช้อีกนั่นเอง ก็จะเป็นลดเวลาการเรียกข้อมูล ทำให้สามารถเปิดดูข้อมูลของหน้าเพจได้เร็วมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

สรุป

ถ้าคุณพบว่าเว็บไซต์ของคุณมี traffic ที่ลดลงถึงแม้ว่าเนื้อหาในเว็บไซต์ของคุณจะดีขนาดไหนก็ตาม แสดงว่าปัญหาของการที่ traffic ลดลงอาจไม่ใช่เรื่องของเนื้อหาในเว็บไซต์ แน่นอนว่า pagespeed ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่คุณจะต้องให้ความสำคัญในการแก้ไขและยิ่งอัตราของ Bounce rate สูงขึ้นอีก นั่นก็ยิ่งการันตีได้เลยว่า website คุณได้กลายเป็นสล๊อตไปแล้ว และเราเชื่อว่าหลายๆคนคงไม่อยากให้เป็นแบบนั้น เราหวังว่าทั้ง 6 เทคนิคนี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณเร็วขึ้นและ pagespeed ดีขึ้น 

ยินดีให้คำปรึกษาฟรีและพร้อมที่จะพาเว็บไซต์ของคุณติดอันดับในหน้าแรกของการค้นหา กับ Score Pagespeed ที่ดีขึ้น ด่วน!! รับจำนวนจำกัด ติดต่อเลย 096-879-5445 หรือ แอดไลน์ @yeswebdesign

————————————————————————————————————–

และช่องทางอื่นๆที่คุณก็สามารถแวะไปทักทายกันได้ที่…

Facebook : yeswebdesignstudio

Instagram : yeswebdesign_bkk

Twitter : yeswebdesignbkk 

Reference

https://hostingtribunal.com/blog/speed-up-website/#gref

https://moz.com/learn/seo/page-speed

https://www.impactplus.com/blog/website-load-time

HAVE A PROJECT IN MIND?